; ภาวะซีดในเด็ก (Anemia) -โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai

ภาวะซีดในเด็ก (Anemia)

ภาวะซีดในเด็ก (Anemia)

ภาวะซีด คือ ภาวะที่ความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง(ฮีโมโกลบิน)ต่ำกว่าค่าปกติในแต่ละช่วงอายุ เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปีค่ามากกว่า 11 กรัม/เดซิลิตร องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้ตรวจหาค่าฮีโมโกลบินที่อายุ 6-12 เดือนทุกรายเนื่องจากเป็นช่วงอายุที่พบภาวะซีดได้บ่อยที่สุด ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก ส่วนสาเหตุที่พบได้รองลงมาคือ โรคธาลัสซีเมีย นอกจากนี้ยังพบสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคโลหิตจางทางพันธุกรรมอื่นๆ ซึ่งต้องอาศัยการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง

อาการ

ภาวะซีดเล็กน้อยพบซีดที่ผิวหนังและเยื่อบุตา ซีดปานกลางจะมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย หากซีดรุนแรงจะมีอาการหัวใจวายและมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติได้ เด็กที่มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กจะมีผลต่อพัฒนาการและความสามารถในการเรียนรู้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

การรักษาและป้องกันภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

เกิดจากได้รับธาตุเหล็กจากอาหารที่ไม่เพียงพอ แนะนำให้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น สัตว์เนื้อแดง เครื่องในและตับ ไข่แดง ผักใบเขียว เริ่มอาหารมื้อแรกเมื่ออายุ 4-6 เดือน เมื่ออายุ 1 ขวบทานอาหาร 3 มื้อและกินนมไม่เกิน 2-3 แก้ว/วัน ให้การรักษาด้วยยาธาตุเหล็กและติดตามการรักษาหลังเริ่มกินยา 1 เดือน หากค่าฮีโมโกลบินดีขึ้นให้กินยาต่อจนครบ 3 เดือน ร่วมกับการปรับอาหารที่มีธาตุเหล็กมากขึ้น โดยภาวะซีดจากการขาดธาตุสามารถรักษาให้หายขาดและหยุดยาได้

ธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมทำให้ไม่สามารถสร้างฮีโมโกลบินปกติซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง จึงผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อย เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นและแตกง่าย ธาลัสซีเมีย มี 2 ชนิด คือ อัลฟาธาลัสซีเมียและเบต้าธาลัสซีเมีย มีระดับความรุนแรงตั้งแต่ไม่แสดงอาการ มีอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงต้องได้รับเลือด ส่วนพาหะธาลัสซีเมียจะไม่แสดงอาการ การตรวจธาลัสซีเมียด้วยการตรวจ Hb Electrophoresis (Hemoglobin typing)แนะนำตรวจหลังอายุ 12 เดือน กรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรงก่อนอายุ 6 เดือนแนะนำตรวจการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA Testing) ซึ่งสามารถตรวจได้ทุกช่วงอายุ

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง ผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องทานยา ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงหรือมีภาวะโลหิตจางเรื้อรังควรได้รับการดูแลรักษาโดยแพทย์โรคเลือดและติดตามอาการเป็นระยะตลอดชีวิต

  1. การรับเลือด ในธาลัสซีเมียระดับปานกลางถึงรุนแรงจะให้เลือดทุก 1-2 เดือนเพื่อช่วยให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย ช่วยป้องกันการดูดซึมธาตุเหล็กในทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันไม่ให้โครงสร้างกระดูกบนใบหน้าผิดรูป รวมถึงช่วงที่มีภาวะซีดจางหลังจากการเป็นไข้ติดเชื้อจะให้เลือดเพื่อเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงให้ค่าฮีโมโกลบินมากกว่า 7 กรัม/เดซิลิตร
  2. การให้กรดโฟลิก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ที่แข็งแรงและมีคุณภาพดี
  3. การปลูกถ่ายไขกระดูกและการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้